ประชาชนสุขภาพดี

บริการมีมาตรฐาน

พัฒนาวิชาการ

บริหารโปร่งใส

ก้าวไกลสู่..สากล.

  
 






การพัฒนาเครือข่ายระบบบริการสุขภาพ
หลักการในการจัดเครือข่ายระบบบริการสุขภาพ
1. ทำให้เกิดบริการที่มีคุณภาพกระจาย อย่างทั่วถึง ประชาชน ทุกกลุ่ม เข้าถึงบริการ ได้ง่าย
2. ต้องเอื้อให้เกิดระบบริการสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ มีการบูรณาการ และ การส่งต่อ ระหว่าง บริการ แต่ละ ระดับได้อย่าง ไม่มีช่องว่าง ครอบคลุม บริการ สุขภาพพื้นฐาน สำคัญ ตามชุดสิทธิประโยชน์หลัก ภายใต้ระบบ ประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า ลดปัญหาการ บริการ ที่ซ้ำซ้อน
3. ต้องเอื้อให้เกิดการบริการ ที่มีคุณภาพ ตามมาตรฐาน โดยทั่วหน้า เอื้อต่อ การจัดบริการ ที่ดูแล ประชาชน อย่างต่อเนื่อง
4. ต้องเอื้อต่อให้เกิดระบบบริการ ที่ผสมผสาน ดูแลด้วยแนวคิด แบบองค์รวม บูรณาการ การดูแล ทั้งด้านการรักษา พยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกัน และ ควบคุมโรค และ การฟื้นฟูสุขภาพ อย่างสอดคล้อง กับสภาพความต้องการ ของประชาชน
5. สร้างให้เกิดความรับผิดชอบของเครือข่าย บริการ ต่อการดูแล สุขภาพ ของประชาชน ระยะยาว
6. สร้างความร่วมมือในการให้บริการทั้งภาครัฐ เอกชน และ ภาคประชาชน
คุณลักษณะที่สำคัญของเครือข่ายบริการทั้งหมด
1. เป็นเครือข่ายการให้บริการที่ครบวงจรทุกระดับ โดยให้ความสำคัญกับบริการระดับปฐมภูมิ เพื่อให้เกิดการสร้างสุขภาพ มากกว่า การซ่อมสุขภาพ ตลอดจน เป็นสถานพยาบาล ที่ใกล้บ้าน ใกล้ที่ทำงาน และใกล้ใจ
2. เป็นเครือข่ายที่ประกอบด้วยสถานพยาบาลทุกระดับ ทั้งภาครัฐ เอกชน และการบริการอื่นๆ ที่ได้มาตรฐาน
3. เป็นเครือข่ายที่สามารถจัดบริการที่ได้คุณภาพ มาตรฐาน ทั้งในมิติของมาตรฐาน ระบบคุณภาพ มาตรฐาน ของการรักษา พยาบาล มาตรฐาน การสถานพยาบาล แต่ละระดับ และมาตรฐาน การเข้าถึงบริการ
4. เป็นเครือข่ายที่จัดชุดสิทธิประโยชน์หลัก ให้แก่ประชาชน ทั้งบริการด้าน การรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค การฟื้นฟูสภาพ และ บริการในชุมชน ระดับ บุคคล ครอบครัว และชุมชน
5. สามารถบริหารจัดการให้ เกิดคุณภาพภายใต้ งบประมาณ ที่ปลายปิด
6. มีหน่วยบริหารกลางที่ทำหน้าที่ซื้อบริการ ติดตามกำกับ คุณภาพบริการ และ การจัดการ ที่เอื้อต่อ การให้ เกิดบริการ ที่ดี และ มีประสิทธิภาพ
คุณลักษณะสำคัญของบริการสุขภาพแต่ละระดับ
ลักษณะสำคัญของกระบวนการบริการระดับปฐมภูมิที่ดี/หน่วยบริการเวชปฏิบัติครอบครัว
1. เป็นบริการด่านแรกที่ประชาชนเข้าถึงบริการได้สดวก (Front-line care) ดูแลสุขภาพของประชาชนทุกกลุ่มอายุ และ ทุกกลุ่มโรคตามมาตรฐาน เป็นที่ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพแก่ประชาชน ก่อนที่จะไปรับบริการเฉพาะทางอื่นๆ
2. เป็นบริการที่รับผิดชอบดูแลสุขภาพของประชาชนอย่างต่อเนื่อง (Ongoing/longitudinal care) ตั้งแต่ก่อนป่วยจนถึง ขณะป่วย และการฟื้นฟูสภาพ ตั้งแต่เกิดจนตาย รวมทั้งหมายถึง การมีความเข้าใจกัน รู้จักกัน ระหว่าง ผู้ให้บริการกับ ผู้รับบริการ/ประชาชน อย่างต่อเนื่อง
3. เป็นบริการที่ดูแลประชาชน อย่างผสมผสาน คำนึงถึงปัจจัย ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ สังคม และเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้อง (Comprehensive care) ให้บริการที่ผสมผสาน ทุกด้าน ตามความจำเป็น ของผู้รับบริการ ทั้งทางด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ และการป้องกันโรค
4. เป็นหน่วยที่ทำหน้าที่ทำหน้าที่ส่งต่อ และประสานเชื่อมต่อการบริการอื่นๆ ทั้งด้านการแพทย์ด้านสังคมเมื่อจำเป็น รวมทั้งการเชื่อมต่อข้อมูล เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด กับประชาชน (Co-ordinated care)

ลักษณะสำคัญของบริการระดับทุติยภูมิ และตติยภูมิ คือ
1. ให้บริการทางการแพทย์ที่มีความซับซ้อนได้อย่างมีคุณภาพ ตามเกณฑ์มาตรฐาน
2. มีบุคลากรให้บริการ อุปกรณ์ เครื่องมือในการให้บริการได้ ตามมาตรฐาน ที่คณะกรรมการกลาง กำหนด
3. มีระบบรองรับการให้บริการฉุกเฉิน และ ผู้ประสบอุบัติเหตุ ได้อย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพ
4. มีระบบการรับส่งต่อผู้ป่วยและข้อมูลจ ากหน่วยบริกา รปฐมภูมิ ที่สะดวก ไม่มีช่องว่าง และมีการส่งต่อผู้ป่วยกลับไปรับบริการต่อเนื่องที่หน่วยบริการปฐมภูมิ เมื่อเห็นว่า เหมาะสม พร้อมข้อมูล แผนการดูแล
5. มีระบบการกำกับและพัฒนาคุณภาพที่ชัดเจน และสม่ำเสมอ
กลไกกลางที่ดูแลการประกันสุขภาพระดับพื้นที่
เพื่อให้การดำเนินการให้บริการ การจัดสรรงบประมาณ การลงทะเบียน และการกำกับ คุณภาพมาตรฐาน การบริการ ภายใต้ การประกันสุขภาพ ถ้วนหน้า ดำเนินไป ได้ตามหลักการ และนโยบาย ควรที่จะต้องมีหน่วย บริหารกลาง ที่มิได้เป็น ผู้ให้บริการ ทำหน้าที่ เป็นหน่วยประสาน กำกับ ติดตาม การดำเนินการ ประกันสุขภาพ ระดับพื้นที่ โดยมีบทบาทหน้าที่ดังนี้
1. บริหารเงินทุนหลักประกันสุขภาพระดับพื้นที่เพื่อให้มี การกระจาย ความเสี่ยง เพียงพอเกิด ความมั่นคงทางการเงิน และจัดเกณฑ์กลาง ในการจัดบริการ ที่จะเกิดการประหยัด เนื่องจากขนาด (Economy of scale)
2. บริหาร จัดหาสถานพยาบาล และเจรจาต่อรองกับผู้ให้บริการซึ่งมีความหลากหลาย เพื่อให้มีเครือข่ายการให้บริการสุขภาพที่ได้มาตรฐานตามเกณฑ์
  - จัดการตรวจรับรองสถานพยาบาลที่จะขึ้นทะเบียนเป็นสถานพยาบาล คู่สัญญา ที่ให้บริการ แก่ประชาชน ครอบคลุมทั่วพื้นที่ ที่รับผิดชอย และประชาชน มีทางเลือกในการเลือกสถานพยาบาลและเครือข่ายสถานพยาบาล
  - จัดการลงทะเบียนประชาชานกับสถานพยาบาลแต่ละแห่งที่เป็นสถานพยาบาลประจำตัว
  - จัดให้เกิดระบบเครือข่ายการบริการที่มีประสิทธิภาพ รวมทั้งระบบการส่งต่อ
  - จัดระบบฐานข้อมูลการลงทะเบียน การให้บริการ การกำกับคุณภาพบริการ
  - กำกับคุณภาพบริการคู่สัญญาเดิม ก่อนที่จะมีการต่อสัญญาใหม่
3. ตรวจสอบการปฏิบัติงานและข้อมูลการบริการของสถานพยาบาลในเครือข่ายอย่างสม่ำเสมอ เป็นระบบ ทั้งจากระบบสารสนเทศ คำร้องเรียนประชาชน การทบทวนกำกับคุณภาพบริการ
4. ดำเนินการเบิกจ่ายเงินให้ตามข้อตกลง
5. วางแผน ประเมิน และพัฒนาระบบประกันสุขภาพระดับพื้นที่ เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับปัญหา และลักษณะ ความต้องการ ด้านสุขภาพ ของประชาชน ในพื้นที่ที่รับผิดชอบ เชื่อมโยงระบบประกันสุขภาพ เข้ากับงานสาธารณสุข (Public health programs) รวมทั้งการทบทวน ปรับ หรือ เพิ่มเติม สิทธิประโยชน์ ให้สอดคล้อง กับความจำเป็น ด้านสุขภาพ ของประชาชน
องค์ประกอบของกลไกประกันสุขภาพระดับพื้นที่
ควรประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิทางด้านการจัดระบบประกันสุขภาพ การบริหาร กำกับ คุณภาพ ระบบบริการสุขภาพระดับต่างๆ ผู้มีความสามารถ ในการจัดการ ระบบข้อมูล เพื่อการจัดสรร งบประมาณ และการกำกับงาน ประเมินผลบริการ และตัวแทนภาคประชาชน ในพื้นที่ที่เป็นกลุ่มคนกลุ่มต่างๆ ทั้งในเขตเมือง เขตชนบท ผู้มีอาชีพเกษตรกรรม และผู้มีอาชีพให้บริการในระบบ ไม่ควรมีตัวแทน ของผู้มีส่วน ได้ส่วนเสียในการให้บริการในพื้นที่นั้นๆ อาจจัดให้มี กลไกย่อย ในระดับพื้นที่ เพื่อให้มี การดูแล กำกับการดำเนินงาน ได้ครอบคลุม ทั่วถึง
แนวทางการจัดบริการพัฒนาเครือข่าย

1. เครือข่ายการให้บริการเพื่อครบวงจรทุกระดับ
1.1 เพื่อที่จะทำให้ประชาชนที่มีหลักประกันสุขภาพเกิดความมั่นใจว่าจะได้รับบริการที่มีคุณภาพและเกิดการส่งต่ออย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นเครือข่ายการให้บริการ จะต้องมีความครอบคลุมการให้บริการถึง 3 ระดับ ได้แก่ ระดับปฐมภูมิ,ทุติยภูมิ,ตติยภูมิ
1.2 ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวก ดูแลประชาชนทุกกลุ่มอายุ ทุกกลุ่มโรคประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวก ดูแลประชาชนทุกกลุ่มอายุ ทุกกลุ่มโรค
1.3 มีมาตรฐานของสถานบริการแต่ละระดับ
1.4 มีระบบส่งต่อทั้งการส่งต่อผู้ป่วยและข้อมูลทั้งไปและกัลับจากสถานพยาบาลระดับปฐมภูมิ
1.5 เครือข่ายอาจจะเป็นเครือข่ายที่รวมถึงโรงพยาบาลเฉพาะทาง โรงพยาบาลในสังกัดทบวงมหาวิทยาลัย หรือกระทรวงอื่น ตลอดจนโรงพยาบาลเอกชน

2. เครือข่ายการให้บริการปฐมภูมิ
เป็นการให้บริการที่มีลักษณะผู้ป่วยนอก และบริการในชุมชนที่ไม่ใช่การบริการรักษาแบบผู้ป่วยใน และบริการที่ต้องการรักษาเชี่ยวชาญเฉพาะ
2.1 ลักษณะบริการเครือข่ายปฐมภูมิ เป็นเครือข่ายบริการที่สามารถดูแลตามคุณลักษณะที่ดีของบริการปฐมภูมิ ได้แก่การบริการที่
   - ประชาชนเข้าถึงบริการได้สะดวกดูแลประชาชนทุกกลุ่มอายุ ทุกกลุ่มโรค ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพแก่ประชาชาน ก่อนไปรับบริการเฉพาะทางอื่นๆ
   - ดูแลประชาชนอย่างต่อเนื่อง
   - ดูแลประชาชานอย่างผสมผสาน คำนึงถึงปัจจัยทุกด้านอย่างเป็นองค์รวม และ ตามความจำเป็นของผู้รับบริการ
   - สามารถส่งต่อและประสานเชื่อมต่อบริการอื่นๆ
2.2 คุณลักษณะที่เป็นมาตรฐานขั้นต่ำในการรับสัญญาบริการปฐมภูมิ คือ
  1. ด้านที่ตั้ง และประชากร
    (1.1) ประชากรรับผิดชอบไม่ควรเกิน 10,000 คนต่อหนึ่งหน่วยบริการปฐมภูมิ
    (1.2) สถานที่ตั้งของหน่วยให้บริการ ต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ประชาชนเดินทางไปใช้บริการได้สะดวกภายใน 30 นาที โดยรถยนต์
  2. ขีดความสามารถ
    (2.1) มีการให้บริการที่ผสมผสาน ทั้งด้านการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสภาพ (รายละเอียด ในภาคผนวก 1)
    (2.2) บริการด้านยา ตั้งแต่การจัดหายา การจ่ายยา และการให้ความรู้ด้านยา
    (2.3) มีการตรวจชันสูตรพื้นฐาน ที่ควรทำเองได้ และมีระบบส่งต่อไปยังหน่วยอื่นที่ให้บริการได้อย่างรวดเร็วคล่องตัว (ตามเกณฑ์มาตรฐาน)
    (2.4) มีระยะเวลาให้บริการอย่างน้อย 56 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ (เช่น 10 ชั่วโมงต่อวันในวันธรรมดา 3 ชั่วโมงต่อวันในวันหยุด
  3. ด้านบุคลากร ต้องมีบุคลากรให้บริการทั้งส่วนที่เป็นแพทย์ และพยาบาล หรือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ที่มีความสามารถ ตามเกณฑ์มาตรฐาน
    (3.1) มีพยาบาล หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่มีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานเป็นทีมให้บริการที่ต่อเนื่อง ในอัตราส่วนไม่น้อยกว่า 1:1,250 คน โดยที่มีพยาบาล วิชาชีพอย่างน้อย 1 คน ต่อประชากร 5,000 คน (อัตราส่วนนี้เป็นเฉพาะระยะแรก ในอนาคตควรพัฒนาให้มีบุคลากรในอัตราส่วน 1: ประชากร 900 คน) และบุคลากรต้องทำงานประจำอย่างต่อเนื่องอย่างน้อยร้อยละ 75
    (3.2) ในระยะแรก ให้มีแพทย์ในเครือข่ายร่วมให้บริการต่อเนื่องเต็มเวลา ในอัตราส่วนอย่างน้อย 1 : 10,000 ในระยะแรก แต่ในอนาคตควรพัฒนาให้มีแพทย์มากขึ้นในอัตราส่วนแพทย์ต่อประชากร 1 : 3,000 คน
    (3.3) ในพื้นที่ที่มีแพทย์ไม่เพียงพอ อาจจัดให้มีพยาบาลวิชาชีพ หรือพยาบาลเวชปฏิบัติ ที่มีความรู้ความสามารถ เหมาะสม ตามเกณฑ์มาตรฐาน เพิ่มเติมจากข้อ 3.1 รวมเป็นอัตราส่วนอย่างน้อย 1 : 1,000 ภายใต้การดูแลรับผิดชอบของแพทย์ รวมทั้งหมด ไม่เกิน 1:20,000 คน
    (3.4) มี ทันตแพทย์ ในอัตราส่วนไม่น้อยกว่า 1:20,000 คน ในพื้นที่ที่มีทันตแพทย์ไม่เพียงพอ อาจจัดให้มี ทันตาภิบาล ในอัตราส่วนอย่างน้อย 1:20,000 ภายใต้ การดูแล ของทันตแพทย์ รวมทั้งหมดไม่เกิน 1: 40,000 คน
  4. ด้านการจัดการ ต้องมีระบบการจัดการที่เหมาะสม เพื่อ (รายละเอียดในภาคผนวก 3)
    - ให้เกิดความต่อเนื่องของการบริการ (เช่นระบบนัดหมาย การติดตาม จัดระบบข้อมูล)
    - ให้เกิดความสะดวกรวดเร็ว (เช่นประชาชนได้รับบริการภายใน 1 ชั่วโมงหลังจากมาถึงสถานพยาบาล)
    - ให้มีข้อมูลเพื่อการให้บริการที่มีคุณภาพ และสนับสนุนการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค
    - ให้มีระบบการกำกับ และพัฒนาคุณภาพบริการได้อย่างสม่ำเสมอ
    - มีการจัดการด้านยา ตามเกณฑ์มาตรฐาน
  5. ด้านอุปกรณ์ อาคาร และสถานที่
    (5.1) มีอุปกรณ์เครื่องมือเพื่อการรักษาพยาบาล การส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันและควบคุมโรคและการฟื้นฟูสุขภาพ ตามเกณฑ์ มาตรฐาน และ มีระบบ ที่ป้องกัน การติดเชื้อ (sterile system) (รายละเอียดในภาคผนวก 2)
    (5.2) มีการจัดการให้มียานพาหนะเพื่อใช้ในการส่งต่อไปยังโรงพยาบาล ใกล้เคียง ในกรณีฉุกเฉิน ได้อย่างรวดเร็ว
    (5.3) มีอาคารให้บริการที่สะดวก สะอาด ปลอดภัย และมีพื้นที่ให้บริการที่พอเพียงตามเกณฑ์ (รายละเอียดในภาคผนวก 3)
  6. ระบบการเชื่อมต่อ และส่งต่อ กับโรงพยาบาลที่ทำหน้าที่สนับสนุนการบริการ และด้านวิชาการได้อย่างต่อเนื่อง
2.3 ลักษณะบริการที่ให้แก่ประชาชน
2.3.1 การให้บริการเป็นบริการผสมผสาน ที่ประกอบด้วยการบริการด้านต่างๆ คือ
- ด้านการรักษาพยาบาลทั้งที่เป็นโรคทั่วไป โรคเรื้อรัง ซึ่งผสมผสาน การให้ความรู้กับ ผู้รับบริการ เกี่ยวกับ ปัญหาสุขภาพ ที่เป็น การติดตาม เยี่ยมบ้าน ในรายที่จำเป็น และ การฟื้นฟู สภาพพื้นฐาน ที่เกี่ยวข้อง (= บริการ ก.)
- บริการด้าน การส่งเสริมสุขภาพ แล ะป้องกันโรค ในระดับบุคคล และครอบครัว ทุกกลุ่มอายุ ทั้งที่เป็นบริการ ในสถานพยาบาล และบริการในชุมชน (= บริการ ส.)
2.3.2 การให้บริการเชิงรุก (= บริการ ชร.) ได้แก่ การดำเนินงานต่างๆ เพื่อ
- สนับสนุนการพึ่งตนเองของประชาชน องค์กรประชาชนและชุมชน
- ให้ความรู้และความมั่นใจแก่ประชาชานในการดูแลปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย
- ให้ความรู้แก่ประชาชนให้เกิดพฤติกรรมสุขภาพที่ดี
- ดูแลความครอบคลุมของงานต่างๆในด้านส่งเสริม ป้องกัน ฟื้นฟูสภาพในชุมชน
- ประเมินสภาพปัญหาสุขภาพของบุคคล ครอบครัว ชุมชน
- ร่วมมือกับชุมชนและหน่วยงานอื่นๆในการวิเคราะห์ วางแผน ดำเนินการแก้ปัญหาสุขภาพ
2.3.3 บริการด้านทันตกรรม ที่เป็นบริการรักษาพื้นฐานและบริการด้านการส่งเสริมป้องกันทางด้านทันตกรรม (=บริการ ท.)
2.4 การเข้าถึงบริการ
จะเน้นหน่วยบริการปฐมภูมิที่ใกล้บ้าน,ใกล้ที่ทำงาน,และใกล้ใจ จึงควรมีลักษณะการเข้าถึงโดยมีมาตรฐาน
- หน่วยบริการปฐมภูมิตั้งอยู่ในพื้นที่ที่ประชาชนมาขึ้นทะเบียน ประชาชนสามารถเดินทางมาใช้บริการได้ภายใน ครึ่งชม.โดยรถยนต์
- มีระบบจัดการที่ประชาชนได้รับบริการ สะดวก รวดเร็ว ได้รับบริการจนเสร็จการรักษาภายใน 1 ซม หลังจากมาถึงสถานพยาบาล
2.5 ลักษณะการจัดการเครือข่าย
การจัดเครือข่ายบริการปฐมภูมิของสถานพยาบาลที่เป็นคู่สัญญา นั้นอาจมีการจัดได้เป็น 3 ลักษณะคือ
(1) เป็นสถานพยาบาลเดียวที่ให้บริการครบทุกด้านตามเกณฑ์มาตรฐาน
(2) เป็นเครือข่ายสถานพยาบาล ที่มีหน่วยบริการคู่สัญญาเป็นผู้รับผิดชอบการให้บริการในภาพรวม โดยที่หน่วยนี้ มีการมอบหมาย ให้หน่วยบริการ ย่อยอื่น ในการบริการ บางประเภท ภายในพื้นที่บริการหลัก
(3) เป็นเครือข่ายสถานพยาบาลเช่นเดียวกับข้อที่ (2) แต่เครือข่ายหน่วยบริการย่อยตั้งอยู่ทั้งภายในและภายนอกพื้นที่หลัก ทั้งนี้ต้องให้บริการ ได้ตรงตาม เกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด
2.6 ลักษณะการจัดบริการดูแลสุขภาพประชาชน
เพื่อที่จะให้เกิดการดูแลประชาชนทั้งเชิงรับและเชิงรุกในชุมชน ตลอดจนดูแลด้วยคุณลักษณะที่ดี คือองค์รวม ต่อเนื่อง ผสมผสาน การจัดบริการ ที่ดี ควรจะเป็น ดังต่อไปนี้
   2.6.1 ในชุมชน ควรจะมีการจัด เจ้าหน้าที่ประจำครอบครัว ให้กับประชาชน ทุกคนโดยอาจจัดเป็น Polyvalent team รับผิดชอบ ประชาชน กลุ่มหนึ่ง หรือ อาจจัดให้ เจ้าหน้าที่ประจำ 2-3 คน ดูแล ประชาชนกลุ่มหนึ่ง ในอัตราส่วน ที่เหมาะสม ได้แก่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข ซึ่งอาจจะเป็น พยาบาล หรือ เจ้าหน้าที่สาธารณสุข 1 คน ดูแลประชาชน 1,000-1,500 คน โดยจัดการดูแล ในชุมชน ให้เป็นไป ตาม เกณฑ์มาตรฐาน ที่สามารถ ตรวจสอบได้ เช่น การเยี่ยมครอบครัว ทุกหลังคาเรือน การเยี่ยมประชาชน กลุ่มเป้าหมาย ดังการเป็นที่ปรึกษา ทั้งในด้านการให้ความรู้สุขภาพ การดูแลตนเอง และ การทำให้ มีพฤติกรรม สุขภาพที่ดี การดูแล ผู้ป่วยเรื้อรัง การดูแลประชาชน ให้เกิดความครอบคลุม ที่ดี ตามเกณฑ์ ในงานส่งเสริมสุขภาพ ป้องกันโรค
   2.6.2 ในสถานพยาบาล หน่วยบริการปฐมภูมิ หมายถึง หน่วยงานที่ควรจะมีงานต่อไปนี้
บริการทางการแพทย์พื้นฐาน
  • บริการที่ผสมผสาน การรักษาโรค ส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค และการฟื้นฟูสภาพ ได้แก่ รักษาโรคพื้นฐาน ให้บริการวัคซีน การบริการอนามัยแม่และเด็ก
  • บริการที่ดูแลสุขภาพทั้งคน ทั้งทางด้านร่างกาย จิตใจ และที่เกี่ยวข้องกับสังคม
  • บริการส่งเสริมสุขภาพ และ ควบคุมป้องกันโรคพื้นฐาน ในระดับบุคคล ครอบครัว (งานสุขาภิบาลเป็นบทบาทขององค์กรท้องถิ่นหรือของชุมชน งาน primary prevention จะเป็นบทบาทขององค์กรท้องถิ่น และหน่วยงานบริหารสาธารณสุข)
  • การช่วยเหลือทางการแพทย์ระดับฉุกเฉินเบื้องต้น ความกว้างขวางของขอบเขตบริการขึ้นกับพื้นที่
มีความรับผิดชอบ ร่วมกับประชาชน ในด้านสุขภาพ
  • ขั้นต่ำ คือ รับผิดชอบ การให้บริการ ทางการแพทย์ ที่ประชาชน พึ่งตนเองไม่ได้ (การรักษาพื้นฐานโรคเรื้อรัง วัคซีน)
  • การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ ในระดับบุคคล และครอบครัว
  • การปรับสิ่งแวดล้อมระดับบุคคล และครอบครัว
  • ติดตามรู้ ความครอบคลุมบริการ และสภาวะสุขภาพของประชาชนกลุ่มเส่ยง และปัญหาสุขภาพสำคัญของประชาชนในเขตพื้นที่รับผิดชอบ ได้อย่างทันการณ์ ตามเวลาที่เหมาะสม
เป็นหน่วยเชื่อมต่อระหว่างประชาชน ชุมชน และระบบบริการสุขภาพ อย่างน้อยควรช่วยเป็นตัวแทนให้ประชาชนที่เชื่อมต่อระบบบริการ
3. การลงทะเบียน
  • เพื่อให้เกิดการบริการที่มีคุณภาพที่ดีในระดับปฐมภูมิ ดังนั้น ควรให้ประชาชน ลงทะเบียน ที่เครือข่ายสถานพยาบาล ปฐมภูมิ ที่มีขนาดประชาชน ที่รับผิดชอบ ที่เหมาะสม เพื่อให้สถานพยาบาล ปฐมภูมิ เป็น สถานพยาบาลประจำตัว หรือ ประจำครอบครัว โดยที่ รพ.ขนาดใหญ่ หากดำเนินการ ให้เกิดการบริการปฐมภูมิ ต้องจัดให้มี เจ้าหน้าที่ ประจำครอบครัว และ จัดให้มี หน่วยสถานพยาบาล ในลักษณะ บริการปฐมภูมิ
  • การลงทะเบียน อาจจัดให้มี การเลือก ตามความพอใจ ของประชาชน ภายใต้หลักเกณฑ์ ทางภูมิศาสตร์ ที่เหมาะสม โดยเลือก สถานพยาบาลปฐมภูมิ เป็น สถานพยาบาลประจำครอบครัว ได้ 2 แห่ง ได้แก่ สถานพยาบาลประจำครอบครัวหลัก ที่มีแพทย์ และ สถานพยาบาลประจำครอบครัวรอง ที่อยู่ใกล้บ้าน โดยสถานพยาบาลประจำครอบครัวหลัก และ สถานประจำครอบครัวรอง ที่อยู่ใกล้บ้าน อยู่ใน เครือข่ายบริการ ปฐมภูมิ เดียวกัน (กองทุนสุขภาพเดียวกัน)
  • การลงทะเบียน ควรจัดให้สอดคล้อง กับสภาพภูมิศาสตร์ และ การเดินทาง ที่เหมาะสม อาจจะมีการเลือก ข้ามหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ หรือ จังหวัดใกล้เคียง ได้ ตามความพอใจ และ ความสะดวก ของประชาชน ภายใต้เงื่อนไข มาตรฐาน การจัดบริการปฐมภูมิ
  • การลงทะเบียน อาจจะเลือก ลงทะเบียน กับภาครัฐ หรือ ภาคเอกชน ได้ ภายใต้เงื่อนไข มาตรฐาน การจัดบริการปฐมภูมิ
4. มาตรฐานการจัดบริการระดับทุติยภูมิ และตติยภูมิ
  • เป็นสถานพยาบาลที่มีการจัดบริการที่ได้มาตรฐาน
  • มีระบบการพัฒนาคุณภาพ ตามเกณฑ์ที่ คณะกรรมการประกันสุขภาพ กำหนด
  • มีการจัดระบบข้อมูลเพื่อการบริการ ภายในสถานพยาบาล และ เพื่อการส่งต่อ ไปยังสถานพยาบาลอื่น ที่เกี่ยวข้อง ตามเกณฑ์มาตรฐาน
5. การใช้บริการ
ควรมีการตกลงขั้นตอน การใช้บริการ กับประชาชน ที่ลงทะเบียน ตามความเหมาะสม ของพื้นที่ โดยที่ พยายาม ทำให้เกิด
5.1 การใช้บริการตามขั้นตอน ที่เครือข่ายบริการ มีการกำหนด ร่วมกับประชาชน

SUPRACONTRACTOR
^^^^
ผู้ใช้บริการ
>>
รพ.ในเครือข่ายบริการปฐมภูมิ
^^^^
>>
หน่วยบริการปฐมภูมิ


5.2 กรณียกเว้นที่ไม่ต้องใช้บริการตามขั้นตอน คือ
  • กรณีอุบัติเหตุฉุกเฉิน เรียกเก็บเงินจากกองทุนเครือข่ายบริการ
  • กรณีไม่อุบัติเหตุฉุกเฉิน คนไข้ต้องจ่ายค่าบริการทางการแพทย์เอง
6. ระบบการขึ้นทะเบียนสถานพยาบาล
สถานพยาบาลที่มีความประสงค์ จะเข้าร่วม ในเครือข่ายบริการ ทั้งภาครัฐ ในสังกัดต่างๆ และเอกชน จะต้อง ยื่นแสดง ความจำนง พร้อม ข้อมูลพื้นฐาน ต่อ หน่วยประกันสุขภาพ ระดับพื้นที่ ว่า ต้องการร่วม ให้บริการระดับใด และ หน่วยประกันสุขภาพ ระดับพื้นที่ จะต้องทำหน้าที่ ออกตรวจสถานพยาบาล นั้นๆ ว่ามี คุณสมบัติ ตามเกณฑ์ มาตรฐาน หรือไม่ และในกรณีที่ เป็นสถานพยาบาลระดับปฐมภูมิ จะสามารถรับ ลงทะเบียนประชากร ได้สูงสุดเท่าไร และ เมื่อสถานพยาบาล นั้นผ่านการรับรองแล้ว จึงจะมีการทำสัญญาร่วม ให้บริการ กับหน่วยประกันฯ ระดับพื้นที่ และ จะระบุให้สถานพยาบาลนั้น เป็นสถานพยาบาล ที่ประชาชน สามารถเลือก ลงทะเบียนได้
7. การมีส่วนร่วมของภาคเอกชน
  • ส่วนที่เป็นบริการปฐมภูมิ
    • คลินิกเอกชน หรือโรงพยาบาลเอกชนที่จะเข้ามาร่วมเป็นหน่วยรับสัญญาหลักในการให้บริการปฐมภูมิ ต้องมีแพทย์ และ บุคลากร ที่ให้บริการ เต็มเวลา ตามเกณฑ์ข้างต้น และ มีการจัดบริการ ได้ตามลักษณะ บริการ ที่กำหนด หากทำหน้าที่ ไม่ได้ตาม ที่กำหนด อาจเข้าร่วม โดยเป็นส่วนหนึ่ง ของเครือข่ายบริการ (sub-contractor) ที่มีสถานพยาบาล ของรัฐ เป็นหน่วย รับสัญญาหลัก
    • พื้นที่ให้บริการ ในส่วนที่เป็นบริการปฐมภูมิ ของภาคเอกชน ในระยะแรก ควรครอบคุลม เฉพาะในอำเภอ ที่ตั้งของสถานพยาบาลนั้น และ พื้นที่อำเภอใกล้เคียง ภายใต้ การตกลง กับ หน่วยประกันสุขภาพระดับพื้นที่
    • ต้องผ่านการตรวจ รับรอง ขึ้นทะเบียน เป็นสถานพยาบาล ระดับปฐมภูมิ จากหน่วยประกันสุขภาพระดับพื้นที่ ก่อน โดยใช้ มาตรฐานขั้นต่ำของ หน่วยบริการปฐมภูมิ (ซึ่งมิใช่มาตรฐาน HA)
    • ร้านยา สามารถขอเข้าร่วมเป็น หน่วยบริการย่อย ภายใต้ เครือข่ายบริการ ปฐมภูมิ ได้ แต่ทั้งนี้ ให้ตกลง กับ หน่วยบริการ ปฐมภูมิ ที่เป็นคู่สัญญา
  • ส่วนที่เป็นบริการระดับทุติยภูมิและตติยภูมิ
    • โรงพยาบาลเอกชนสามารถ ขอขึ้นทะเบียน เป็นหน่วย ให้บริการระดับทุติยภูมิ และ ตติยภูมิได้ ทั้งนี้ ต้องมี ความสามารถ และ คุณสมบัติ ตามเกณฑ์มาตรฐานขั้นต่ำ ของโรงพยาบาล (ภาคผนวก 4)
8. ภาพรวมของการจัดเครือข่ายบริการสุขภาพในระดับพื้นที่
ซึ่งอาจจะมีการจัดเครือข่ายบริการในหลายลักษณะ เช่น
  1. เครือข่ายบริการปฐมภูมิ มีเฉพาะบริการปฐมภูมิ และสามารถเชื่อมต่อกับบริการทุติยภูมิ และตติยภูมิได้โดยอิสระ แต่ภายใต้เกณฑ์มาตรฐานที่หน่วยงานกลางกำหนด
  2. เครือข่ายบริการปฐมภูมิ และทุติยภูมิ เป็นเครือข่ายที่มีบริการทั้งระดับปฐมภูมิ และทุติยภูมิร่วมกัน โดยที่บริการแต่ละระดับต้องเป็นไปตามมาตรฐานกลาง และเครือข่ายนั้นไม่ควรใหญ่เกินไป
  3. เครือข่ายบริการปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิ เป็นเครือข่ายที่มีบริการทั้งระดับปฐมภูมิ ทุติยภูมิ และตติยภูมิโดยที่บริการแต่ละระดับเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานกลาง และเครือข่ายนั้นไม่ควรใหญ่เกินไป
9. เงื่อนไขความสำเร็จในการพัฒนาเครือข่ายบริการ
  1. ความสามารถของหน่วยประกันสุขภาพระดับพื้นที่ในการรับรองสถานพยาบาลที่ได้ มาตรฐานและการมีระบบติดตามกำกับคุณภาพการให้บริการให้เป็นไปตามมาตรฐาน ซึ่งเป็นความสามารถใหม่ที่หน่วยงานรัฐปัจจุบันไม่มีการเตรียมพัฒนามาก่อน
  2. ความเป็นกลางในการติดตามกำกับคุณภาพของหน่วยงานประกันสุขภาพระดับพื้นที่ และการรับรู้ข้อมูล การเท่าทันสถานการณ์ของประชาชนในพื้นที่ตลอดจนการเข้ามามีส่วนร่วมในการกำกับ ติดตามผลการดำเนินงาน
  3. ความสามารถในการบริหารจัดการ และทัศนคติของผู้ที่เป็นผู้บริหารเครือข่ายบริการแต่ละระดับที่มองผลประโยชน์ของประชาชนเป็นตัวตั้งมากกว่าการอยู่รอดของหน่วยงานรวมทั้งความเข้าใจในหลักการบริหารระบบบริการสุขภาพตลอดจนความเข้าใจเห็นความสำคัญในการสร้างสุขภาพและการพัฒนาหน่วยบริการปฐมภูมิใกล้บ้านให้มีศักยภาพการบริการที่มีคุณภาพมากขึ้น
  4. ความสามารถ และการพัฒนาเทคโนโลยีในด้านการส่งเสริมสุขภาพ การป้องกันโรค ที่เป็นงานเชิงรุก ซึ่งเป็นจุดอ่อนสำคัญของผู้ให้บริการโดยรวม หากการพัฒนาส่วนนี้เป็นไปได้ช้า และไม่มีระบบพัฒนาคนในด้านนี้ได้อย่างทันการณ์ จะทำให้การบริการในระบบประกันสุขภาพเน้นหนักไปที่การรักษาพยาบาลเป็นส่วนใหญ่
ระบบและเงื่อนไขพื้นฐานที่ต้องดำเนินการไม่ว่าจะจัดสรรเงินด้วยวิธีใด
  • มีการพัฒนาระบบข้อมูลที่บันทึกรายละเอียดการบริการทั้งในระดับปฐมภูมิ และผู้ป่วยใน และข้อมูลทั้งสองส่วนนี้สถานพยาบาลคู่สัญญาต้องส่งให้กับหน่วยประกันสุขภาพจังหวัด เพื่อใช้ประกอบในการกำกับคุณภาพ และการปรับวิธีการจัดสรรงบประมาณให้เหมาะสมในอนาคต
  • มีระบบการติดตามกำกับการบริหารจัดการ และคุณภาพบริการของเครือข่ายสถานพยาบาลที่เป็นคู่สัญญาอย่างจริงจัง
  • มีการกำหนดมาตรฐานของสถานพยาบาล และขีดความสามารถของสถานพยาบาลแต่ละระดับที่ชัดเจน และให้สถานพยาบาลพัฒนาศักยภาพให้ได้ตามมาตรฐานที่กำหนด เพื่อใช้ประกอบในการควบคุม ตรวจสอบคุณภาพบริการ ป้องกันการส่งต่อที่ไม่เหมาะสม และการกักผู้ป่วยโดยไม่ส่งต่อ
  • มีระบบการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของผู้รับบริการ และการจัดการเมื่อมีการร้องเรียน
  • การพัฒนาบุคลากรให้มีความสามารถทางการบริหารจัดการ โดยเฉพาะในหน่วยบริหารและจัดหาบริการสุขภาพระดับพื้นที่ และการเตรียมความพร้อมของหน่วย/เครือข่ายบริการปฐมภูมิ
10. การขึ้นทะเบียนของสถานพยาบาลที่มีในปัจจุบัน
สถานพยาบาลต่างๆ ที่มีในปัจจุบันเป็นสถานพยาบาลที่ให้ประชาชนเลือกขึ้นทะเบียนได้ มีเงื่อนไขดังนี้

สถานพยาบาล การขึ้นทะเบียน
สถานีอนามัย - เป็นหน่วยบริการคู่สัญญาหลักไม่ได้
- จะเป็นสถานพยาบาล ระดับรอง ที่เป็น เครือข่าย กับสถานพยาบาล ที่มีแพทย์ ให้บริการตาม เกณฑ์มาตรฐาน
โรงพยาบาลชุมชุน - จะเป็นหน่วยคู่สัญญาหลักสำหรับ บริการระดับปฐมภูมิได้ จะต้องมีการจัด หน่วยบริการปฐมภูมิ ตามเกณฑ์ที่กำหนด
- สามารถขอเป็นคู่สัญญา ในการให้บริการระดับทุติยภูมิได้
โรงพยาบาลศูนย์
โรงพยาบาลทั่วไป
โรงพยาบาลเฉพาะทาง
โรงพยาบาลรัฐสังกัด
กระทรวงต่างๆ
- จะเป็นหน่วยคู่สัญญาหลัก สำหรับบริการ ระดับปฐมภูมิได้ จะต้องมี การจัดหน่วยบริการ ปฐมภูมิ ตามเกณฑ์ที่กำหนด
- สามารถขอเป็น คู่สัญญา สำหรับบริการ ระดับทุติยภูมิ และ ตติยภูมิได้
คลินิกเอกชน - จะเป็นหน่วยคู่สัญญาหลัก สำหรับบริการ ปฐมภูมิได้ จะต้องมีแพทย์ ให้บริการ เต็มเวลา และ สามารถจัดบริการ ได้ครบตามเกณฑ์
- ในกรณีที่ไม่ครบ ตามเกณฑ์ สามารถมีส่วนร่วม เป็น sub-contractor ในการให้บริการ ร่วมกับ หน่วยคู่สัญญาหลัก
- รับผิดชอบ ดูแล ประชากร ได้เฉพาะใน ตำบล และอำเภอที่ตั้ง
โรงพยาบาลเอกชน - จะเป็นหน่วยคู่สัญญาหลัก ในการให้บริการ ปฐมภูมิได้ จะต้องมี การจัดหน่วยบริการปฐมภูมิ ตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยที่ระยะแรก ให้ดำเนิน การดูแลประชาชน ได้เฉพาะ ในเขตอำเภอที่ตั้ง และ อำเภอข้างเคียงเท่านั้น
- สามารถขอเป็นคู่สัญญา ในการให้บริการ ระดับทุติยภูมิ และ ตติยภูมิได้
ร้านยา หรือ บริการทางเลือกอื่นๆ - จะต้องมีคุณภาพตามเกณฑ์ ที่มีการรับรอง และ สามารถ ขอเป็น sub-contractor ในเครือข่าย การให้บริการ ปฐมภูมิ โดยที่ตกลง ร่วมกับ หน่วยคู่สัญญาหลัก


กรณีการจัดบริการปฐมภูมิ เป็นลักษณะเครือข่าย
  • ในกรณีจัดบริการในลักษณะเป็นเครือข่ายของสถานพยาบาลปฐมภูมิที่มิใช่เบ็ดเสร็จในหน่วยเดียว หน่วยบริการหลัก ต้องเป็นหน่วยที่รับผิดชอบในผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่ขึ้นทะเบียนและรับผิดชอบความต่อเนื่องในการให้บริการทั้งหมด การไปใช้บริการเป็นขั้นตอนอย่างไรระหว่างสถานพยาบาลในเครือข่าย ให้หน่วยคู่สัญญาหลักตกลงในรายละเอียดปฏิบัติกับหน่วยย่อยในเครือข่ายเองและต้องทำความเข้าใจกับประชาชน
  • สถานพยาบาลรองที่เป็นเครือข่าย จะให้บริการต่อประชาชนได้มากน้อยเท่าใดนั้น จะต้องพิจารณาว่ามีบุคลากรอุปกรณ์ เครื่องมือ และการจัดการให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐานเช่นกัน โดยที่พิจารณาจากภาระงานทั้งหมดที่สถานพยาบาลนั้นมีบทบาทในการให้บริการ
  • การจัดสรรงบประมาณภายในเครือข่ายบริการปฐมภูมิ เป็นส่วนที่หน่วยคู่สัญญาหลักเป็นผู้รับผิดชอบ
ความสัมพันธ์ระหว่างหน่วยบริการปฐมภูมิ กับโรงพยาบาลที่เป็นบริการระดับทุติยภูมิ และตติยภูมิ
  • ความสัมพันธ์นี้ เป็นส่วนที่หน่วยบริการปฐมภูมิหลักที่เป็นคู่สัญญาสามารถเลือกใช้บริการหรือส่งต่อไปรับบริการที่โรงพยาบาลที่ผ่านการรับรองเป็นหน่วยบริการระดับทุติยภูมิและตติยภูมิได้โดยอิสระภายใต้เกณฑ์มาตรฐานบริการ และข้อตกลงร่วมกันในเครือข่ายรวม
  • ในกรณีที่หน่วยบริการปฐมภูมิหลักอยู่ภายใต้องค์กรเดียวกับโรงพยาบาลที่ให้บริการระดับสูงขึ้นก็สามารถจัดเชื่อมโยงบริการภายในได้ แต่ทั้งนี้ต้องให้บริการได้ตามมาตรฐาน และไม่ให้เกิดผลกระทบที่เป็นผลเสียต่อผู้รับบริการ






ติดต่อสอบถาม..โทร.044-387110 ในเวลาราชการ