สิ่งดีๆภาคีสุขภาพ อำเภอบ้านไผ่

งานประเพณีบุญกุ้มข้าวใหญ่และของดีอำเภอบ้านไผ

    การทำบุญกุ้มข้าวใหญ่ เป็นจารีตประเพณีที่สอบทอดกันต่อกันมาช้านานของชาว "ไทอีสาน" มาแต่โบราณกาล จนถือเป็น "ฮีต" (จารีต) ซึ่งเกิดจากคติความเชื่อที่ว่า การนำข้าวจากทุ่งนามาสู่บ้านเรือนตน ควรจะมีการสู่ขวัญข้าวเพื่อสรรเสริญและขอบคุณแม่โพสพ จะก่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล แก่เจ้าของนา ความอยู่เย็นเป็นสุขของครอบครัว และความเจริญก้าวหน้าในอาชีพโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำนา

    ความเชื่ออีกอย่างหนึ่งก็คือ ในครั้งพุทธกาลได้มีการนำข้าวไปทำบุญถือว่าเป็นกุศลสูงสุดแก่ผู้ทำบุญด้วยข้าวนั้น ชาวอีสานมีความศักดิ์สิทธิ์ของข้าวเช่นเดียวกับคนไทยโดยทั่วไป ได้รับการสั่งสอนจากบรรพบุรุษว่า ไม่ให้เหยียบข้าว ไม่ให้เทข้าวทิ้ง ตลอดจนให้รู้จักใช้ข้าวอย่างประหยัด เมื่อกินข้าวอิ่มแล้วให้ยกมือไหว้ข้าว หรือขอบคุณแม่โพสพ นั่นแสดงให้เห็นถึงการรู้จักบุญคุณของข้าว ซึ่งเป็นอาหารของเรานั่นเอง

    ดังนั้น พี่น้องชาวอำเภอบ้านไผ่ จึงได้จัดงานประเพณีบุญกุ้มข้าวใหญ่อำเภอบ้านไผ่ขึ้น เป็นครั้งแรกเมื่อมี พ.. 2542 ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี สำหรับปีนี้ คาดว่าจะจัดขึ้นในระหว่างวันที่ 19-23 มกราคม 2546 โดยความร่วมมือของ ชมรมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน องค์กรปกครองท้องถิ่น ส่วนราชการ/รัฐวิสาหกิจ และคณะอนุกรรมการร่วมภาครัฐบาลและเอกชน เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนาเศรษฐกิจอำเภอบ้านไผ่ (กรอ..บ้านไผ่) โดยมีวัตถุประสงค์ คือ

1.     เพื่อเป็นการอนุรักษ์จารีตประเพณีที่ดีงามสืบทอดต่อจากบรรพบุรุษ

2.     เพื่อเป็นการสร้างขวัญกำลังใจแก่ผู้ประกอบอาชีพหลักของชาวอีสาน และผู้ประกอบอาชีพอื่นว่าข้าวมีคุณแก่เรา

ควรจะเห็นความสำคัญของข้าว

    3. เพื่อแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อข้าว

4.     เพื่อแสดงออกถึงความรัก ความสามัคคีประกอบการทำบุญตามประเพณี

  พระเจ้าใหญ่ผือบัง

ที่ตั้ง วัดบูรณสิทธิ์(พระเจ้าใหญ่ผือบัง) บ้านหนองร้านหญ้า ตำบลหัวหนอง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น

เป็นพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวอำเภอบ้านไผ่และใกล้เคียง

เป็นนามของพุทธสถาน 2 แห่ง มาเรียกรวมกันเป็นชื่อเดียว

พระเจ้าใหญ่ เป็นนามของพระพุทธรูป เป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย สร้างสมัยทวาราวดี นั่งขัดสมาธิหันหน้าไปทางทิศตะวันออก

ผือบัง เป็นนามของหนองน้ำโบราณมีกู่ร้างและไหศักดิ์สิทธิ์ ประดิษฐานอยู่กลางหนองน้ำเต็มไปด้วยต้นผือ (ต้นกก)ปิดบังจนมิดชิด

ภาพจิตรกรรมฝาผนัง

ที่ตั้ง วัดสนวนวารีพัฒนาราม บ้านหัวหนอง หมู่ที่ 1 ตำบลหัวหนอง อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น
มีจิตกรรมฝาผนังขนาด 3 ห้อง กว้าง 5 เมตร ยาว 7.30 เมตร ลักษณะภายใน ประดิษฐานพระประธานปูนปั้นปางมารวิชัยฝีมือช่างพื้นบ้าน เนื้อเรื่องเกี่ยวกับพระเวชสันดรชาดก สินไช ภาพราหูอมจันทร์ พญานาค ครุฑสิงห์ ผนังด้านนอกเขียนสินไซและนรกภูมิ

ภาพจิตรกรรมฝาผนัง

ที่ตั้ง วัดมัชฌิมาราราม บ้านลาน หมู่ที่ 5 ตำบลบ้านลาน อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น

พระพุทธบาทและลานแหล่งตัดหิน

ที่ตั้งและการเดินทาง

     สถานที่ตั้งรอยพระพุทธบาท และลานแหล่งตัดหิน ตั้งอยู่ในเขตบ้านหนองตับเต่า หมู่ 7 ตำบลป่าปอ อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น

     การเดินทางจากจังหวัดขอนแก่น ไปตามทางหลวงหมาย เลข 2 ไปอำเภอบ้านไผ่ (44 กม.) แล้วเลี้ยวซ้ายไปตามทาง หลวงหมายเลข 23 (บ้านไผ่-บรบือ) ประมาณ 12 กิโลเมตร ถึง บ้านหินตั้ง ให้เลี้ยงขวาตามทางหลวงหมายเลข 2301 ประมาณ 9 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไปอำเภอเปือยน้อย ให้ตรงไปทางอำเภอหนองสองห้อง อีกประมาณ 3.3 กิโลเมตร ถึงบ้านตับเต่า เลี้ยวขวาตามถนนลูกรังไปประมาณ 700 เมตร บริเวณวัดป่า แหล่งอยู่อีกฝากของถนน หรือด้านทิศตะวันตก เฉียงเหนือของวัด

ประวัติการค้นพบ     

จากการสัมภาษณ์นายหม้อ  ปากสี อายุ 75 ปี ราษฎรหมู่ บ้านตับเต่า และเคยเป็นผู้ใหญ่บ้านแห่งนี้ให้สัมภาษณ์ว่า
    "
ได้ค้นพบรอยพระพุทธบาทเมื่อประมาณ 10 กว่าปีมาแล้ว ตนเป็นผู้พบโดยบังเอิญ ขณะนั่งเล่นบริเวณลานด้านหน้าวัด เห็นหินมีลักษณะโค้ง ๆ เป็นหลุมมีต้นไม้ขึ้นอยู่ด้านบนได้ลอง ขุดลอกดินออกจึงได้พบว่าเป็นรอยพระพุทธบาท หลังจากนั้นได้ร่วมกับชาวบ้านก่อนขอบปูนซีเมนต์รอบรอย พระพุทธบาทไว้ 3 ด้าน เพื่อป้องกันมิให้ดินไหลลงไปทับถมอีก

หลักฐานทางโบราณคดี
รอยพระพุทธบาท

              เป็นรอยพระพุทธบาทสลักลงบนพื้นหินทรายธรรมชาติ เป็นร่องรอยชัดเจนสลักปลายพระบาทไปทางทิศตะวันออก เป็นรอยพระบาทข้างซ้าย สลักลึกจากพื้นลานหิน 12 เซนติเมตร ขนาดความยาว 172 เซนติเมตร ส่วนส้นพระบาท กว้าง 40 เซนติเมตร กลางฝ่าพระบาทกว้าง 63 เซนติเมตร ปลายพระบาทกว้าง 80 เซนติเมตร สกัดส่วนพระบาทเป็นแนว ตรงแล้วสอบโค้งมนตรงส่วนส้นพระบาท ส่วนนิ้วทั้ง 5 สุดลึกแล้ว ทำทำขอบยกสูงเป็นสันระหว่างนิ้วแต่ละนิ้ว ขนาดนิ้วทั้ง 5 มี ขนาดความยาวลดหลั่นกันไป คือ โดยนิ้วพระบาทด้านขวามี ขนาดใหญ่ที่สุด (ซึ่งเป็นการตกแต่งโดยสมมุติให้เป็นนิ้วโป้ง) นิ้วต่าง ๆ มีขนาดดังนี้ นิ้วโป้ง ขนาดกว้าง 16 เซนติเมตร ยาว 35 เซนติเมตร นิ้วชี้กว้าง 15 เซนติเมตร ยาว 34 เซนติเมตร นิ้วกลาง กว้าง 14 เซนติเมตร ยาว 30 เซนติเมตร นิ้วนางกว้าง 12 เซนติเมตร ยาว 25 เซนติเมตร นิ้วก้อยกว้าง 9 เซนติเมตร ยาว 22 เซนติเมตร ลักษณะพื้นพระบาทเรียบเสมอกัน ซึ่งเป็น ลักษณะหนึ่งของมหาบุรุษ ไม่มีการตกแต่งร่องรอยบนฝ่า พระบาท แต่ประกฎรอยสกัดบนผิวหินอยู่โดยทั่วไป ปัจจุบันราษฎรได้ก่อขอบปูนซิเมนต์ล้อมรอบพระพุทธบาทไว้ 3 ด้าน ยกเว้นด้านสันพระบาท เพื่อป้องกันดินที่ไหลลงมาทับถม

หลักฐานทางโบราณคดี
รอยตัดหิน

     พบร่องรอยการสกัดหิน 2 จุดด้วยกัน อยู่บริเวณใกล้เคียง กัน คือจุดแรกอยู่ห่างจากรอยพระพุทธบาทด้านทิศเหนือ ประมาณ 10 เมตร ลักษณะเป็นลานหินทรายถูกสกัดหินเว้าเป็น แอ่งความลึกที่ถูกสกัดหินออกไปใช้มีระดับความลึกตั้งแต่ ช่วง ความลึก 1-3 ก้อน ที่แอ่งหินปรากฏร่องรอยการสกัดด้วยเครื่อง มือ (สิ่ว หรือลิ่ม) ให้เห็นอย่างชัดเจน ร่องรอยก้อนหินที่ถูกสกัด ออกไปเป็นก้อนสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีขนาด ยาว 180 เซนติเมตร กว้าง 80 เซนติเมตร และขนาดยาว 150 เซนติเมตร กว้าง 65 เซนติเมตร โดยประมาณ การสกัดหินอีกจุดอยู่ห่างไปทางทิศ ตะวันออกของรอยพระพุทธบาทประมาณ 20 เมตร มีลักษณะ การสกัดหินเป็นก้อนสี่เหลี่ยมผืนผ้า ขนาดยาว 146 เซนติเมตร กว้าง 80 เซนติเมตร และปรากฏรอยการสกัดหินเป็นก้อนหรือ แท่งกลมลงบนก้อนหินสี่เหลี่ยมที่สกัดค้างไว้ รอยกลมนี้มีขนาด เส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 25-30 เซนติเมตร มีทั้งหมด 6 รอย ด้วยกัน ทั้งนี้บริเวณรอบ ๆ ยังคงมีดินปกคลุมอยู่ หากได้ขุดลอก ออกคาดว่าน่าจะมีหลักฐานรอยสกัดหินอีก

     จากการสำรวจในครั้งนี้ไม่พบหลักฐานทางโบราณคดีอื่น ๆ เช่นเศษภาชนะดินเผา ซึ่งอาจเป็นเพราะความลาดต่ำของพื้นที่ ดังกล่าวข้างต้น เมื่อถึงฤดูฝนน้ำจะไหลหลากลงไปทางทิศตะวัน ตก ฉะนั้นหลักฐานต่าง ๆ คงถูกพัดพาไปทับถมสะสมยังที่ลาด ต่ำถัดไปทางทิศตะวันตกของบริเวณลาดหินนี้ก็เป็นได้

อายุสมัย
  
รอยพระพุทธบาทวัดป่าบ้านหนองตับเต่า  

    จากการกำหนดอายุสมัยนั้นคงกำหนดได้ยาก นอกจากจะ ศึกษาเปรียบเทียบกับรอยพระพุทธบาทอื่น ๆ ในภูมิภาคเดียว กัน ซึ่งส่วนใหญ่น่าจะเป็นการสร้างเพื่อพุทธบูชาในช่วงวัฒนธรรมล้านช้าง (ราวพุทธศตวรรษที่ 21 - 23) ซึ่งเป็นช่วงที่เกี่ยว พันกับตำนานอุรังคธาตุ-อุรังคนิทาน รวมทั้งมีศรัทธานิยมและ คติความเชื่อ ในพุทธศาสนาอย่างลึกซึ้ง หรืออีกประเด็นหนึ่ง หากจะมีความเก่าแก่ไปถึงช่วงสมัยวัฒนธรรมทวารวดีแล้ว ก็น่าจะมีหลักฐานทางโบราณคดีและองค์ประกอบอื่น ๆ อยู่บ้าง แต่หลักฐานที่ปรากฏว่านิยมสร้างในสมัยนี้คือ การสร้างใบเสมา จนเป็นคติเฉพาะคือการสร้างหินตั้งของภาคอีสาน เพื่อเป็นสื่อ แสดงสถานที่ศักดิ์สิทธิ์อันควรสักการะบูชาเป็นสำคัญ อย่างไร ก็ตามเนื่องจากรอยพระพุทธบาทเกือบทุกแห่งได้รับการซ่อม แซม ดัดแปลง และพัฒนาพื้นที่จนเหลือสภาพแวดล้อมดั้งเดิม ไม่มากนัก จึงยังไม่อาจหาข้อมูลประกอบได้เพียงพอ ซึ่งต่อไป เมื่อมีการศึกษาและสำรวจข้อมูลเพิ่มเติมโดยละเอียดแล้ว ก็อาจมีหลักฐานที่ชัดเจนพอที่จะอ้างอิงเปรียบเทียบอายุสมัย ที่แท้จริงหรือใกล้เคียงได้

     อนึ่ง รอยพระพุทธบาท ณ โบราณสถานสระมรกต จังหวัด ปราจีนบุรีที่กำหนดอายุไว้ว่าน่าจะอยู่ในสมัยวัฒนธรรมทวารวดี เพราะศึกษาจากลักษณะรูปแบบของลวดลาย ข้อมูลจากการ ขุดค้น และน่าจะมีความสัมพันธ์กับจารึกเนินสระบัวซึ่งพบ บริเวณเดียวกันและมีศักราชเทียบได้กับ พ.. 1304
    
ดังนั้นในเบื้องต้นนี้ขออนุมานไว้ในขั้นแรกว่า รอยพระพุทธ บาทวัดป่า บ้านหนองตับเต่านี้ คงจะสร้างขึ้นในช่วงวัฒนธรรม ล้านช้าง คือ ราวพุทธศตวรรษที่ 21 - 23 เนื่องจากไม่มีหลัก ฐานที่สามารถระบุอายุสมัยที่เก่าไปกว่านี้ได้

อายุสมัยของรอยสกัดหิน

    จากร่องรอยสกัดหินในพื้นที่ลานหินเดียวกันกับรอยพระพุทธ บาททำให้กล่าวในเบื้องต้นได้ว่าคงเป็นแหล่งตัดหินทรายแหล่ง สำคัญแห่งหนึ่ง เนื่องจากร่องรอยที่ตัดออกไปใช้มีจำนวนมาก พอสมควร เมื่อพิจารณาแล้วทำให้สันนิษฐานว่าน่าจะเป็นแหล่ง หินที่นำไปใช้ก่อสร้างปราสาทเปือยน้อย ด้วยลักษณะหินเป็น หินทรายสีแดง เนื้อละเอียดชนิดเดียวกันในกลุ่มหินชุดโคราช โดยแหล่งหินบ้านหนองตับเต่าอยู่ห่างจากปราสาทเปือยน้อยมา ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ในระยะทางตรงประมาณ 12 กิโล เมตร เมื่อทำการตัดหินแล้วสามารถลำเลียงโดยเส้นทางน้ำห้วย วังผือสู่ห้วยวังชูไปยังบริเวณก่อสร้างปราสาทเปือยน้อยได้อย่าง สะดวก และนับว่าเป็นแหล่งหินที่อยู่ใกล้กับสถานที่ก่อสร้างมาก เมื่อเปรียบเทียบกับโบราณสถานอื่น ๆ กับแหล่งหิน ดังเช่น ปราสาทเมืองต่ำ อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์ มีแหล่งตัด หินที่อยู่ห่างกันถึง 20 - 25 กิโลเมตร นอกจากนี้แหล่งหินที่นำ มาใช้ก่อสร้างปราสาทเปือยน้อย พบว่าคงเป็นอีกแหล่งหนึ่ง ด้วยอยู่บริเวณภูระงำ อำเภอชนบท ซึ่งอยู่ห่างไปทางทิศตะวัน ตกเฉียงเหนือของปราสาทเปือยน้อยประมาณ 45 กิโลเมตร ที่แหล่งนี้เป็นหินทรายสีน้ำตาล

     กรรมวิธีในการตัดหินนั้น ช่างจะกำหนดแนวการตัด โดยการสกัดด้วยเหลักลึกตามความต้องการ แล้วใช้เหล็กสกัด เป็นลิ่มตอกเข้าไปตามชั้นหินธรรมชาติ ก็จะแตกออกโดยง่าย หลังจากนั้นจึงใช้ค้นโพงหรือคานดีผูกปลายเชือกให้เข้ากับลิ่ม ไม้จึงเจาะฝังลงในรูหิน ซึ่งเช้าใจว่าเจาะด้วยเลื่อยคันชัก เคลื่อนย้ายหินไว้บนพาหนะ เมื่อขนย้ายไปยังสาถนที่ก่อสร้าง นายช่างจะพิจารณาคัดเลือกหินอีกครั้งว่าหินก้อนใดใช้ก่อสร้าง ส่วนใดบ้าง

     จากร่องรอยขนาดก้อนหินที่ถูกตัดออกไปแล้วบนลานหิน วัดป่าแห่งนี้ มีหลายขนาดคือ มีขนาดความยาวตั้งแต่ 180 - 150 เซนติเมตร ถ้าใช้เป็นกรอบประตูกรอบหน้าต่างใช้หิน ขนาดกว้างประมาณ 40 - 60 เซนติเมตร ยาว 180 - 200 เซนติเมตร

     หินทรายถือเป็นวัสดุชั้นสูงหายากกว่าศิลาแลง จึงจำเป็น ต้องใช้อย่างคุ้มค่า ประสาทขอมในประเทศไทยช่วงอายุสมัย ก่อนเมืองพระนครก็มีการใช้หินทรายประกอบกับอาคารอิฐ ในส่วนของโครงสร้าง เช่น คาน กรอบช่วงเสา หรือธรณีประตู และองค์ประกอบที่เป็นส่วนประดับ เช่น ทับหลัง เสาประดับกรอบประตู เช่นเดียวกับที่ปราสาทเปือยน้อย

บทสรุป

     ลานหินวัดป่า บ้านหนองตับเต่า นับว่ามีความสำคัญและ มีคุณค่าทางโบราณคดีอย่างมากได้ปรากฏร่องรอยหลักฐานการ เป็นแหล่งตัดหินเพื่อก่อสร้างปราสาทเปือยน้อยในช่วงวัฒนธรรม ลพบุรี ราวพุทธศตวรรษที่ 16-17 และปรากฏรอยสลักรอยพระ พุทธบาท ข้างซ้ายในบริเวณ ลานหินเดียวกัน ซึ่งกำหนดอายุ ในเบื้องต้นไว้ช่วงวัฒนธรรมล้านช้าง ราวพุทธศตวรรษที่ 21-23 แสดงถึงการใช้ประโยชน์และมีกิจกรรมทางศาสนาในอดีต คือมีการตังถิ่นฐานของชุมขนในบริเวณนี้หรือใกล้เคียง ตั้งแต่สมัยลพบุรีเป็นอย่างน้อย และใช้ประโยชน์อีกครั้งในสมัย ล้านช้าง เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทางพระพุทธศาสนาในอดีต คือมีการตั้งถิ่นฐาน ของชุมชนในบริเวณนี้หรือใกล้เคียง ตั้งแต่สมัย ลพบุรี เป้นอย่างน้อย และใช้ประโยชน์อีกครั้ง ในสมัยล้านช้างเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ทาง พุทธศาสนา ด้วยการสร้างรอยพระพุทธบาทเป็นอุเทสิกเจดีย์อุทิศแด่ องค์พระพุทธเจ้า

การนวดฝ่าเท้าเพื่อสุขภาพ

ที่ตั้ง สถานีอนามัยตำบลเมืองเพีย อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น

เป็นการนวดตามหลักการแพทย์แผนไทย ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ผ่านการอบรมมามากมายหลายหลักสูตร จนสามารถเป็นวิทยากรอบรมให้กับหลายหน่วยงาน อบรม อสม.จนสามารถสร้างรายได้เสริมอีกทางหนึ่ง เปิดให้บริการที่สถานีอนามัยทุกวันอาทิตย์

น้ำแดดเดียว

ที่ตั้ง บ้านโนนสวรรค์ หมู่ที่ 2 ตำบลภูเหล็ก อำเภอบ้านไผ่ จังหวัดขอนแก่น

เกิดจากการได้เรียนรู้จากที่อื่น แล้วนำมาปฏิบัติ เผยแพร่สู่เพื่อนบ้านจนกระจายทุกหลังคาเรือน เป็นวิถีชีวิต การได้ดื่มน้ำที่สะอาดสามารถป้องกันโรคติดต่อในระบบทางเดินอาหารและโรคอื่นๆที่จะตามมาได้มากมาย

วิธีการ

เพียงล้างทำความสะอาดขวดน้ำพลาสติค กรอกน้ำสะอาด ตากแดด 1 วันอาศัยฆ่าเชื้อจุลินทรีย์โดยแสงอุลต้าไวโอเลตจากแสงแดด แล้วจึงนำมาแช่ตู้เย็นไว้ดื่ม ต่อไป

อื่นๆ

รวบรวมโดย สำนักงานสาธารณสุขอำเภอบ้านไผ่ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชนชาวบ้านไผ่ พ.ย.45