โรคอุจจาระร่วง(Diarrhea)

สถานการณ์โรคอุจจาระร่วง แยกเป็นรายเดือน ปี   2547 ( ข้อมูล ณ วันที่ 15 ก.ค. 2547)

เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. รวม
จำนวนราย                          

 

จำนวนผู้ป่วยอุจจาระร่วง ปี  2547  ( ข้อมูล ณ วันที่ 15 ธ.ค.2546)

เดือน ม.ค. ก.พ. มี.ค. เม.ย. พ.ค. มิ.ย. ก.ค. ส.ค. ก.ย. ต.ค. พ.ย. ธ.ค. รวม
จำนวนราย 97 173 169 226 176 232 188 189 113 60 31 6 1,660

 

โรคอุจจาระร่วง(Diarrhea)

             โรคอุจจาระร่วง(Diarrhea)

        เกิดจากเชื้อโรคต่างๆ เช่น แบคทีเรีย ไวรัส โปรโตซัว และหนอนพยาธิ สามารถติดต่อได้โดยการรับประทานอาหารหรือดื่มน้ำที่มีเชื้อโรคปนเปื้อนเข้าไป      อาการป่วยที่เรียกว่าโรคอุจจาระร่วงนั้น หมายถึง การถ่ายอุจจาระเหลวมากกว่า 3 ครั้ง ต่อวัน หรือถ่ายเป็นน้ำหรือเป็นมูกปนเลือด แม้เพียง 1 ครั้ง ต่อวัน หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องรวดเร็วร่างกายจะสูญเสียน้ำ และเกลือแร่
ผู้ป่วยจะอยู่ในภาวะช๊อค หมดสติ เนื่องจากเสียน้ำ อาการเหล่านี้เกิดขึ้นรวดเร็ว สำหรับในรายที่มีอาการรุนแรงมาก อาจถึงแก่ความตาย ถ้าไม่ได้รับการรักษาทันท่วงที

              อาการสำคัญของโรค

ถ่ายอุจจาระเหลว หรือถ่ายเป็นน้ำ หรือถ่ายเป็นมูกเลือด อาจมีอาเจียนร่วมด้วย อาการอาจมีเพียงเล็กน้อย จนประทั่งอาการรุนแรง โดยถ่ายเป็นน้ำคล้ายน้ำซาวข้าว คราวละมากๆ ที่เรียกว่า อุจารระร่วงอย่างแรง

ผู้ป่วยที่มีอาการ อุจจาระร่วงอย่างแรง

            การรักษา

1.ในระยะเริ่มแรกที่มีอาการท้องเดินหรืออาเจียนเล็กน้อย ควรให้ผู้ป่วยดื่มน้ำหรืออาหารเหลวมากๆ โดยอาจเป็นน้ำชา น้ำข้าว น้ำแกงจืด น้ำผลไม้ หรือข้าวต้มก็ได้ และให้ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ ( โอ อาร์ เอส ) ในสัดส่วน ที่ถูกต้องโดยวิธีการผสมอ่านจากสลากข้างซอง หรือเตรียมสารละลายเกลือแร่ เอง โดยการผสมน้ำตาลทราย 2 ช้อนโต๊ะ เกลือป่นครึ่งช้อนชา ละลายกับน้ำต้มสุก ที่เย็นแล้ว 1 ขวดกลมหรือ 750 ซี.ซี. ให้ผู้ป่วยดื่มบ่อยๆ เพื่อเป็นการทดแทนน้ำ และเกลือแร่ ที่สูญเสียไปสารละลายเกลือแร่ที่ผสมแล้ว ควรดื่มให้หมดภายใน 1 วัน ถ้าเหลือให้เททิ้ง แล้วผสมใหม่วันต่อวัน

2.เด็กที่ดื่มนมแม่ ให้ดื่มต่อไปตามปกติ พร้อมป้อนสารละลายน้ำตาลเกลือแร่บ่อยๆ สำหรับเด็กที่ดื่มนมผงให้ผสมนมตามปกติ แต่ให้ดื่มเพียงครึ่งเดียวของปริมาณที่เคยดื่มกิน และให้ดื่มสารละลายน้ำตาลเกลือแร่สลับกันไปมา (ไม่ควรผสมสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ลงในนมผสม )

3.ให้ผู้ป่วยรับประทานอาหารอ่อนย่อยง่าย เช่นโจ๊ก หรือข้าวต้ม ภายใน 4 วัน หลังจากดื่มสารละลายเกลือแร่ เพื่อช่วยให้ลำไส้ได้อาหารและฟื้นตัวเร็วขึ้น

4.หยุดให้สารละลายน้ำตาลเกลือแร่ เมือผู้ป่วยมีอาการดีขึ้น เช่นถ่ายน้อยลงแล้วเป็นต้น หลังจากนั้นให้รับประมานอาหารอ่อน       ย่อยง่าย โดยการรับประทานครั้งละน้อยๆ และเพิ่มจำนวนมื้อ

5.ไม่ควรกินยาเพื่อให้หยุดถ่าย เพราะทำให้เชื้อโรคยังคงอยู่ในร่างกาย ซึ่งจะเป็นอันตรายมากขึ้น

6.การใช้ยาปฏิชีวนะ ควรอยู่ในความดูแลของแพทย์

           การป้องกันตนเองจากโรค

1.ล้างมือด้วยสบู่ให้สะอาดทุกครั้งก่อนปรุงอาหารหรือรับประมานอาหาร และภายหลังจาการใช้ส้วม
2.ดื่มน้ำที่สะอาดหรือน้ำต้มสุก
3.รับประมานอาหารที่สะอาด และสุกใหม่ไม่ควรรับประมานอาหารที่สุกๆ ดิบๆ หรืออาหารที่มีแมลงวันตอม หากจะเก็บอาหารที่ค้างมื้อ ควรเก็บไว้ในตู้เย็นและก่อนรับประมานอาหารต้องอุ่นให้ร้อนทุกครั้ง
4.ผักสดหรือผลไม้ ก่อนรับประทานให้ล้างด้วยน้ำสะอาดหรือน้ำผสมคลอรีนครึ่งช้อนชาต่อน้ำ 20 ลิตร
5.กำจัดขยะมูลฝอย เพื่อไม่ให้เป็นที่เพาะพันธุ์ของแมลงวัน
6.ถ่ายอุจจาระลงในส้วมที่ถูกสุขลักษณะ
7.ส่งเสริมให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่เพื่อให้มีภูมิต้านทานโรค

 

                                                                           กลับหน้าหลัก